ดราม่าแฟนบอลบาเยิร์นชูป้ายด่าฮอฟเฟ่นไฮม์

เป็นประเด็นสำหรับแฟนบอลบาเยิร์นในนัดที่ลงแข่งขันกับฮอฟเฟ่นไฮม์ แม้ว่าทีมตัวเองจะนำไปแล้วถึง 6-0 ก็ตาม โดยได้ประตูจาก แซร์จ นาบรี นาทีที่ 2, โยชัว คิมมิช นาทีที่ 7, โยชัว เซิร์กซี นาทีที่ 15, ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 33 กับ 47 และตัวสำรอง เลออน กอเร็ตซ์กา นาทีที่ 62 ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อนาทีที่ 65 แฟนบอลบาเยิร์นกลุ่มหนึ่งได้ชูป้ายต่อว่าดีทมาร์ ฮอปป์เจ้าของสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ด้วยคำที่หยาบค่ายจนทำให้เกมต้องหยุดลงโดยผู้ตัดสินเป็นคนสั่งหยุดเกมชั่วคราว และต่อมาในนาทีที่ 77 ผู้ตัดสินสั่งหยุดเกมอีกครั้งรวมทั้งให้นักเตะทั้ง 2 ทีมเข้าไปห้องแต่งตัวเพื่อจัดการปัญหานี้ ซึ่งหลายฝ่ายทั้งนักเตะ สตาฟโค้ช ผู้จัดการทีมและกุนซืออย่าง ฮันซี ฟลิคเข้าไปต่อว่าแฟนบอลด้วยตัวเองเพื่อให้เอาป้ายลง หลังจากหยุดเกมไปนักเตะ บาเยิร์นฮอฟเฟ่นไฮม์ ได้กลับลงสนามอีกครั้งแต่ไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เป็นเพียงการต่อบอลส่งต่อกันไปมาเท่านั้น ซึ่งสื่อถึงการโต้ตอบแฟนบอลที่กระทำไม่เหมาะสมกับการแข่งขัน ส่งผลให้บาเยิร์นอาจถูกปรับเงินจากการกระทำในครั้งนี้ สาเหตุเนื่องจากการกระทำของแฟนบอลบาเยิร์นที่อาจทำให้ถูกแบนการเข้าชมการแข่งขันในนัดที่บาเยิร์นพบฮอฟเฟ่นไฮม์ในนั้นต่อไป นั้นหมายความหากบาเยิร์นถูกสั่งแบนการเข้าชมการแข่งขันจริงไม่เพียงแต่จะต้องไม่มีแฟนบอลของบาเยิร์นซักคนได้เข้าชมการแข่งขันแต่ยังเสียค่าเข้าชมให้กับทีมฮอฟเฟ่นไฮม์อีกด้วย โดยพื้นฐานแล้วไม่ว่าทีมไหนจะไปเตะที่บ้านใครจำเป็นต้องมีการแบ่งสันปันส่วนค่าเข้าชมให้กับอีกทีมเสมอนั้นคือสิ่งที่บาเยิร์นจะต้องเสียไปแบบฟรีแทนแฟนบอลที่ก่อเหตุในครั้งนี้

เหตุที่แฟนบอลบาเยิร์นไม่พอใจ

สำหรับสาเหตุที่แฟนบอลบาเยิร์นไม่พอใจทีมฮอฟเฟ่นไฮม์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแฟนบอลของบาเยิร์นเท่านั้น ก่อนหน้านี้แฟนบอลดอร์ทมุนด์และแฟนบอลมุนเช่นกลัดบัคได้เคยสร้างปัญหาเดียวกันให้กับทีมฮอฟเฟ่นไฮม์เช่นกัน เรื่องของเรื่องเกี่ยวกับกฎ 50+1 หมายถึง เรื่องของการเข้าถือหุ้นสโมสร ที่กำหนดไว้ว่าประธานสโมสรแต่ละทีมสามารถถือหุ้นได้เพียง 49% เท่านั้นส่วนอีก 51% จะเป็นของแฟนบอลสโมสรทีมนั้นๆ ในการเข้าถือหุ้น นับเป็นเอกลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลเยรมนีตั้งแต่ปี 2541 แต่มีข้อยกเว้นที่ว่าหากมีการถือหุ้น 49% ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปจะได้รับการยกเว้น ซึ่งแน่นอนว่าฮอฟเฟ่นไฮม์ถือครองหุ้น 49% ตั้งแต่ปี 2537 นับถือตอนนี้ก็เลย 2 0ปีไปแล้ว แต่ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะก่อนหน้าดีทมาร์ ฮอปป์เป็นผู้บริหาร SAP SE หนึ่งในซอฟต์แวร์รายใหญ่แห่งเยอรมันจึงทำให้สามารถถือหุ้น 49% ได้มานานแสนนาน กฎ 50+1 นั้นไม่ต่างกับ FFP ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ที่ทาง Fifa กำหนดไว้ซึ่งนั้นเป็นระดับโลกเพื่อควบคุมทางการเงินให้เกิดความเท่าเทียมกัน แต่กฎ 50+1 เป็นการกำหนดเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น  การต่อต้านฮอฟเฟ่นไฮม์นั้นสืบเนื่องมากจากมาทำผิดกฎทางอ้อมทำให้ฮอฟเฟ่นไฮม์จากแต่ก่อนที่อยู่ในลีกต่ำก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมันได้เพียงเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับทีมที่เคยอยู่รวมลีกเดียวกัน นี่จึงเป็นสาเหตุของการประท้วงนั้นเอง แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าหาบาเยิร์นโดนทำโทษในเรื่องนี้แน่นอนว่าจะต้องศูนย์เสียเงินจำนวนไม่น้อยเป็นระยะเวลาไม่น้อยเช่นกัน

Scroll to top